แคปชันแบรนด์ครีมผิดเกณฑ์ อย. คนเขียนก็โดนปรับ

คนที่นั่งพิมพ์แคปชันให้แบรนด์ครีม ก็โดนเอาผิดได้เหมือนกันครับ ไม่ใช่แค่เจ้าของสินค้าเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าคุณเป็นแอดมินเพจ เป็นฟรีแลนซ์รับเขียนแคปชัน หรือรับจ้างยิงแอดให้แบรนด์สกินแคร์ เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณเต็มๆ

พ.ร.บ.เครื่องสำอาง มาตรา 84 เขียนไว้ชัดว่า “ผู้ใดโฆษณา…” ไม่ได้เขียนว่า “เจ้าของสินค้า” และมาตรา 44 ยังให้อำนาจสั่ง “ผู้จดแจ้งหรือผู้ทำการโฆษณา” ให้แก้ข้อความหรือหยุดโฆษณาได้ แปลว่าคนที่ลงมือทำการโฆษณา ก็อยู่ในข่ายที่กฎหมายเอื้อมถึงเช่นกัน

ค่าปรับไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และมันไต่ขึ้นทุกครั้ง

ในคู่มือการโฆษณาเครื่องสำอางของ อย. หน้า 46 มีตารางอัตราค่าปรับที่ใช้เปรียบเทียบปรับ คือจ่ายแล้วจบโดยไม่ต้องขึ้นศาล และตัวเลขมันไต่ขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนครั้ง

  • ครั้งแรก 30,000 บาท
  • ครั้งที่สอง 60,000 บาท
  • ครั้งที่สาม 100,000 บาท
  • ครั้งที่สี่ขึ้นไป ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ไม่ใช่แค่จ่ายค่าปรับแล้วจบ

ลองคิดดูว่าถ้าแบรนด์ลงแคปชันเดิมซ้ำหลายโพสต์ หรือหลายแคมเปญโดยไม่รู้ว่าผิดเกณฑ์ ตัวเลขพวกนี้สะสมเร็วกว่าที่คิด และคนที่นั่งพิมพ์ก็อาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวด้วย

ทำไมให้ AI ช่วยเขียนแล้วยิ่งเสี่ยง

เวลาให้ AI ช่วยเขียนแคปชัน มันจะเลือกคำที่ “ขายดี” ไม่ใช่คำที่ “ผ่านเกณฑ์” เพราะมันถูกฝึกมาให้เขียนให้น่าซื้อ ไม่ได้ถูกฝึกมาให้เดินตามคู่มือ อย. ผลคือมันมักหยิบคำที่กระตุ้นการตัดสินใจ ซึ่งดันเป็นคำกลุ่มที่เสี่ยงผิดเกณฑ์มากที่สุดพอดี คนใช้เลยต้องเป็นด่านสุดท้ายที่คอยกรองเสมอ ไม่ใช่เชื่อตามที่มันเขียนมาทั้งดุ้น

3 คำที่ต้องเปลี่ยนทุกครั้งก่อนกดโพสต์

“ขาวขึ้นสองระดับ”

เปลี่ยนเป็น “ผิวแลดูกระจ่างใส” คู่มือหน้า 26 บอกว่าใช้คำนี้ได้ แต่ต้องมีข้อความกำกับด้วยว่า เครื่องสำอางเปลี่ยนสีผิวตามธรรมชาติของแต่ละคนไม่ได้ ถ้าขาดบรรทัดกำกับนี้ ก็ยังถือว่าไม่ผ่าน อย่ามองข้ามบรรทัดเล็กๆ ตรงนี้ เพราะมันคือเส้นแบ่งระหว่างผ่านกับไม่ผ่าน

“เห็นผลใน 7 วัน”

ตัดกรอบเวลาทิ้ง แล้วกำกับแทนว่า ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน การการันตีกรอบเวลาผิดเกณฑ์ อย. และยังชนข้อห้ามของ Meta เรื่องการสัญญาผลลัพธ์ภายในเวลาที่กำหนดด้วย เท่ากับผิดสองด่านในประโยคเดียว

“อย. รับรอง”

เปลี่ยนเป็นการอ้างอิง “เลขที่ใบรับจดแจ้ง” แทน เพราะ อย. ไม่ได้รับรองว่าของดี แค่รับจดแจ้งว่ามีสินค้าตัวนี้อยู่ในระบบเท่านั้น สองอย่างนี้คนละความหมายกันโดยสิ้นเชิง การเขียนว่า “อย. รับรอง” จึงเป็นการสื่อเกินจริงที่หลายแบรนด์พลาดโดยไม่รู้ตัว

อีกด่านที่คนลืม คือกฎฝั่ง Meta เอง

นอกจากเกณฑ์ อย. แล้ว ยังมีกฎของแพลตฟอร์มที่ต้องผ่านอีกชั้น คำถามทำนอง “คุณมีฝ้าใช่ไหม” เข้าข่ายพาดพิงลักษณะส่วนตัวของคนที่เห็นแอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ Meta เข้มงวด

ที่ต้องระวังคือมันไม่ได้จบแค่แอดตัวนั้นไม่ผ่าน การโดนตีตกบ่อยๆ มันสะสมอยู่ที่ตัวบัญชีโฆษณา พอสะสมมากเข้าก็เสี่ยงถึงขั้นบัญชีโดนจำกัด แล้วงานอื่นที่ยิงอยู่ในบัญชีเดียวกันก็หยุดตามไปด้วยหมด นี่คือความเสียหายที่ลามเกินกว่าแคมเปญเดียว

ทางแก้ง่ายกว่าที่คิด แค่เขียนใหม่เป็น “สูตรสำหรับผิวที่มีฝ้า กระ” ก็สื่อเรื่องเดียวกัน แต่ไม่ชี้ไปที่ตัวคนอ่าน เปลี่ยนจากการถามคนดู มาเป็นการบอกว่าสินค้าเหมาะกับใคร เท่านี้ก็ปลอดภัยขึ้นมาก

เช็กแคปชันของคุณก่อนกดโพสต์ครั้งหน้า

ผมไม่ใช่นักกฎหมายนะครับ ทั้งหมดนี้อ่านมาจากคู่มือการโฆษณาเครื่องสำอางของ อย. ฉบับปรับปรุง 2567 กับหน้านโยบายของ Meta ตรงๆ สิ่งที่อยากให้ทำง่ายมาก ลองเปิดแคปชันที่ลงไปเดือนนี้ แล้วไล่หา 3 คำข้างบนดูว่าเจอกี่คำ ถ้าเจอ นั่นคือจุดที่ต้องรีบแก้ก่อนที่มันจะกลายเป็นค่าปรับหรือบัญชีโดนจำกัด

ถ้าคุณดูแลแบรนด์สกินแคร์และไม่อยากเสี่ยงกับทั้งเกณฑ์ อย. และนโยบาย Meta ไปพร้อมกัน การมีคนช่วยตรวจแคปชันและวางระบบ ยิงโฆษณา Facebook แบบปลอดภัยกับบัญชี ช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้มาก อ่านแนวทางการทำคอนเทนต์และโฆษณาที่ถูกกติกาเพิ่มเติมได้ที่ บล็อกของเรา หรือให้เราช่วยดูบัญชีและแคปชันของคุณผ่าน Free Audit ก่อนก็ได้

แคปชันแบรนด์ครีมของคุณ เสี่ยงผิดเกณฑ์อยู่หรือเปล่า?

ขอ Free Audit ฟรี — ทีมงานช่วยไล่เช็กแคปชันและบัญชีโฆษณาให้ภายใน 24 ชม.

✓ ขอ Free Audit ทันที