มีคำถามอยู่ประเภทหนึ่ง ที่เจ้าของกิจการถามใครไม่ได้เลย ถามลูกน้อง เดี๋ยวเขารู้ว่าเราไม่รู้ ถามหุ้นส่วน กลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่ตั้งใจถาม ถามคนนอก ต้องเล่าหลังบ้านให้เขาฟังก่อนครึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็พยักหน้าไปก่อนในที่ประชุม แล้วบอกตัวเองว่าเดี๋ยวไปหาอ่านเอา แล้วก็ลืมไปหาจริงๆ นั่นแหละ
คำถามที่โผล่มาบ่อย หน้าตาประมาณนี้
เวลานั่งคุยกับเจ้าของกิจการ คำถามที่โผล่มาบ่อยมักเป็นเรื่องที่ต้องข้ามศาสตร์ ข้ามแผนก และไม่มีใครในทีมเป็นเจ้าของคำตอบเต็มๆ
- “เดือนนี้ยิงแอดไป 8 หมื่น แล้วได้อะไรกลับมาบ้าง”
- “ไฟล์ที่กราฟิกส่งไป ทำไมโรงพิมพ์บอกใช้ไม่ได้”
- “บัญชีบอกกำไรขึ้น 6% แต่ทำไมเงินในบัญชีลดลง”
ทุกข้อมีคำอธิบายที่เข้าใจได้ในไม่กี่นาที แต่เป็นคำถามที่พอถามในห้องประชุมแล้วบรรยากาศมันเปลี่ยน เพราะมันดูเหมือนคำถามที่ “คนเป็นเจ้าของควรรู้อยู่แล้ว” ทั้งที่จริงๆ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่องได้
ทำไมคำถามพวกนี้ถึงติดอยู่ในใจ
เพราะมันเป็นคำถามที่คำตอบไม่ยาก แต่การถามมีต้นทุนทางความรู้สึก เจ้าของกิจการต้องรักษาภาพว่ารู้เรื่อง ต้องดูมั่นใจต่อหน้าทีม การยอมรับว่าไม่เข้าใจเรื่องพื้นฐานบางอย่าง เลยกลายเป็นเรื่องที่เก็บไว้ในใจง่ายกว่าเอ่ยออกมา
ผลคือคำถามเหล่านี้ค้างอยู่ ไม่ได้คำตอบ แล้วก็ทับถมกันไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเรื่องเล็กที่ไม่เคยถาม กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ตัดสินใจผิดเพราะไม่เข้าใจมันตั้งแต่แรก
พอมีที่ให้ถามได้ตอนตีสอง อะไรเปลี่ยน
พอมีผู้ช่วยที่ถามได้ตอนตีสองโดยไม่มีใครเห็น สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ว่าเจ้าของฉลาดขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนคือกล้าถามกลับในที่ประชุมมากขึ้น เพราะรู้แล้วว่ากำลังฟังเรื่องอะไรอยู่ พอเข้าใจพื้นฐานมาก่อน การถามต่อในห้องเลยเป็นการถามเพื่อเจาะลึก ไม่ใช่ถามเพราะตามไม่ทัน
พอกล้าถามในห้อง เรื่องมันจบในที่ประชุมเลย ไม่ต้องลากต่ออีกสองอาทิตย์ การตัดสินใจที่เคยต้อง “ขอไปคิดดูก่อน” กลายเป็นตัดสินใจได้ทันที เพราะเจ้าของเข้าใจสิ่งที่ทีมกำลังเสนอจริงๆ ไม่ใช่แค่พยักหน้าตาม
ไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง แค่ต้องมีที่ให้ถาม
คำถามพวกนี้ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง มันแค่แปลว่ายังไม่มีที่ให้ถามเฉยๆ เจ้าของกิจการเก่งในเรื่องที่ทำให้ธุรกิจโตมาถึงวันนี้ แต่ไม่มีทางเก่งทุกศาสตร์ได้ สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ความรู้ทุกเรื่อง แต่คือที่ปลอดภัยให้ถามเมื่อไม่เข้าใจ
เริ่มจากคำถามที่ค้างอยู่ในใจมานานที่สุด
ลองเริ่มจากคำถามที่ค้างในใจมานานที่สุด คำถามที่พยักหน้าผ่านไปหลายรอบแล้วแต่ยังไม่เคยเข้าใจจริง ให้มันได้คำตอบสักที แล้วคุณจะรู้สึกว่าห้องประชุมครั้งหน้ามันเบาลงเยอะ
ถ้าอยากได้ตัวช่วยแบบนี้ไว้ข้างตัว อ่านวิธีเริ่มได้ใน บทความอื่นในบล็อก หรือดู บริการของ WMC Consult อยากให้เล่าให้ฟังว่าเริ่มยังไงกับธุรกิจคุณ ทักมาขอ Free Audit ได้เลย
มีคำถามที่ถามใครไม่ได้อยู่ในใจไหม?
ขอ Free Audit ฟรี — เล่าให้ฟังว่าเริ่มมีตัวช่วยแบบนี้ยังไง ภายใน 24 ชม.
✓ ขอ Free Audit ทันที

